ประวัติ ถ้ำนาคา

                  เป็นอีกหนึ่งตำนานของสายญาณพญานาค ของ ถ้ำนาคา แห่งนี้ ชาวบ้านได้ไปพบเจอสถานที่แห่งนี้แล้วมีความเชื่อกันว่า ในถ้ำแห่งนี้มี พญานาค โดนสาปให้เป็นหินนั้นเอง เป็นเรื่องราวและความเชื่อ ความศรัทธา ของวิถีชาวพุทธคนไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะใน ภาคอีสาน ที่จะมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในใหญ่ถ้าเป็นสายญาณ พญานาคา จะอยู่ในโซนแถวภาคอีสาน ส่วนมาก และหนึ่งในนั้น ก็คือ ถ้ำนาคา ที่อยู่ใน อุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่ประชาคนต่างหลังไหลพากันไปกราบไหว้ บูชา เป็นจำนวนมาก แต่ละคนก็บอกกันว่าศักดิ์สิทธิ์ ด้วยแรงศัทธาของ ถ้ำนาคา ทำให้ผู้คนหลากหลายอายุ ต่างมีแรงและกำลังเดินขึ้นไป เพื่อของเรื่อง โชคลาภ เงินทอง ค้าขาย โรคภัย ต่างๆ 

                ถ้ำนาคา ได้จัดตั้งให้ประชาชนได้เดินขึ้นไปกราบไหว้บูชา ในพื้นที่ดูแลของ อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอ บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ และได้ตั้งอยุ่ใกล้ วัดถ้ำชัยมงคล เป็นอีกวัดที่ต้องแวะเพราะศักดิ์สิทธิ์ เช่นกัน ถ้ำนาคา มีความสวยงามที่แปลกตาของที่นี่คือ รูปทรงของหินขนาดใหญ่ ที่มีรูปร่างเหมือน งูยักษ์ หรือ พญานาค ทำให้ถ้ำแห่งนี้มีความลึกลับ และเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว อีกหนึ่งแห่งสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ ภายในถ้ำ จะพบกับหินที่มีรูปร่างคล้ายกับตัว พญานาค ถ้ามองไปจะคล้ายๆ กับ เกล็ดของ งูขนาดใหญ่ และปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว ดูสวยงาม และน่าพิศวง นอกจากนี้ ยังพบกับหินที่มีลักษณะเหมือนเป็นส่วนของหัวงูยักษ์ ในบริเวณที่ไม่ไกลกันมากจากตัวถ้ำ

              จากตำนานชาวบ้านเรื่องปู่อือลือ ที่ข้องเกี่ยวกับ ภูลังกา และ บึงโขงหลง นั้น เชื่อว่าเกิดจาก การล่มเมืองของ พญานาค ซึ่งเกิดจากความรักที่ไม่สมหวัง ระหว่าง พญานาค กับ มนุษย์ ทำให้เมืองที่เจริญรุ่งเรื่องล่มสลาย บริเวณแห่งนี้เดิมเป็นที่ตั้งเมือง ชื่อ รัตพานคร มีพระอือลือราชา เป็นผู้ครองนครมี มเหสี ชื่อนางแก้วกัลยา มีพระธิดา ชื่อพระนางเขียวคำ ต่อมาได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสามพันตา มีพระโอรส ชื่อเจ้าชายฟ้ารุ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด มีความรอบรู้ และ มีรูปงามด้วย ขณะประสูติมีท้องฟ้าสว่างไสว

ต่อมาได้อภิเษกสมรสกับ นาครินทรานี ซึ่งเป็นพระธิดาของ พญานาคราช แห่งเมืองบาดาล ที่แปลงกายเป็นมนุษย์ การอภิเษกสมรสจัดกันอย่าง มโหฬาร ทั้งเมืองบาดาล และ เมืองมนุษย์ ทำอยู่ 7 วัน 7 คือ เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์ไมตรี ระหว่าง พญานาคราช กับ พระเจ้าอือลือราชา

ทั้งสองอยู่กินกันมาเป็นเวลา 3ปี ก็ไม่สามารถจะมีผู้สืบสายสกุลได้ เป็นเพราะธาตุมนุษย์กับนาค จึงทำให้เกิดความเศร้าโศกเสียใจกับทั้งสอง ต่อมาเจ้าหญิง นาครินทรานี ล้มป่วยลงทำให้ร่างกายของนางที่เป็นมนุษย์ กลายเป็นนาคตามเดิม  โดยข่าวสารนี้ได้แพร่สะพัดออกไปทั่ว กรุงรัตพานคร และถึงแม่นางจะร่ายมนตร์กลับกลายเป็นมนุษย์ ประชาชนและพระเจ้าอือลือก็ไม่พอใจ ถึงได้ขับไล่นางครินทรานี กลับสู่เมืองบาดาลดังเดิม โดยได้แจ้งให้ พญานาคาราช มารับตัวกลับ ก่อน พญานาคราช ได้ของ เครื่องราชกกุธภัณฑ์ ของตระกูล คืน แต่พระเจ้า อือลือราชา ไม่สามารถคืนให้ได้

                     เนื่องจากนำไปแปรสภาพเป็นอย่างอื่น ทำให้ พญานาคราช ไม่พอใจอย่างมาก และประกาศว่า จะทำลายเมืองรัตพานคร และ จะเหลือเอาไว้เพียง 3 วัดเท่านั้น หลังจาก พญานาค กับไปในตอนกลางคือ พญานาคราช ได้ยกไพร่พลมาถล่มเมืองรัตพานคร และ ประชาชนก็ไม่มีใครรอดพ้นจากฤทธิ์ นาคได้ พอนาง นาครินทรานี ทราบข่าว ก็ขึ้นมาตามหาเจ้าชายฟ้ารุ่ง จนถึง แม่น้ำสงคราม ก็ไม่พบ จึงกลับเมืองบาดาล เมืองรัตนานครได้ถล่มเป็น 

                 บึงหลง ของต่อมานานเข้าคำพูดก็กลายเป็น โขงหลง และวัดที่เหลือ 3 วัด มี วัดดอนแก้ว วัดดอนโพธิ์ วัดดอนสวรรค์ ทางนี่นาง นาครินทรานี ตามหาเจ้าชายฟ้ารุ่ง คือ ห้วยน้ำเมา ส่วนพระอือลือราชา ไม่ได้สิ้นพระชนม์ ไปกับเหตุการณ์นี้ด้วย แต่ถูกพระยา นาคราช จับตัวไว้ พร้อมกับสาป ให้พระอือลือราชากลายร่างเป็น นาค เฝ้าอยู่ที่ ภูลังกา หรือ บึงโขงหลง ชั่วนิรันดร์ จนกว่าจะมีเมืองเกิดใหม่ในดินแดนแห่งนี้ จึงจะล้างคำสาป ของ พระยา นาคราช ได้น้อยลง

ตำนานดินแดนแห่งเมืองลับแล

                         จากเรื่องเล่า ของ หลวงปู่วัง (เทพเจ้าแห่ง ภูลังกา ) ท่านได้เล่าให้ฟังว่ามีชาวบังบด (เมืองลับแล) มานิมนตร์ ในคืนหนึ่งเมื่อท่านนั่งสมาธิ พอจิตสงบแล้ว ได้เห็นสิ่งหนึ่งคล้ายกับ เปล ของเด็กลอยมาหน้าถ้ำแล้วก็มุ่งมาที่ถ้ำ เปลนั้นก็ลอยต่ำลงมาที่ท้ายถ้ำ มีคนมาในนั้น 5 คน มีทั้งคนหนุ่มคนเฒ่าทั้งชายและหญิง เมื่อเขามาแล้วกราบท่าน แล้วแจ้งความประสงค์ให้ท่านทราบว่า จะมานิมนตร์ ท่านให้ไปอยู่เมืองบังบดหรือ เมืองลับแล กับเขา เมืองนั้นอยู่บริเวรป่าตาดน้ำตกแถวนั้น เมือท่านได้กวาดสายตาเข้าไปดูได้พบเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าและทรงผมเหมือนกับผู้หญิงที่ได้พบตอนกลางวัน ท่านจึงเอ๋ยทักทายว่า โยมเคยมาหาอาตมาแล้วไม่ใช่หรอ ผู้หญิงคนนั้นจึงประนมมือแล้วตอบกลับไปว่า ใช่แล้วค่ะ ที่ไม่ได้เขามาหาท่านวันนั้น เพราะเห็นท่านอยู่รูปเดียว เห็นว่าเป็นเวบาที่ไม่เหมาะสม จึงไม่กล้ามากราบท่าน แล้ว หลวงปู่วัง ก็บอกไปว่า อยู่กับพวกท่านไม่ได้ เขาตอบว่า ถ้าไม่ไปอยู่กับเขาแล้ว ที่เณรทั้ง 3 ไปเก็บเส้นเทาที่ตาด น้ำตกนั้นเขาเห็นอยู่ ต่อไปนี้จะไม่มีเส้นเทาอีกแล้ว เทา เป็นตะไคร่น้ำ หรือ สาหร่ายเกิดตามหินที่มีน้ำไหลตลอด เป็นสีเขียวคล้ายเส้นผมยาวคืบหนึ่งยาวกว่า ชาวอีสานเรียกว่าเทา เอามาทำเป็นอาหารได้ เรียกว่า ลาบเทา เมือท่านได้รับคำนิมนตร์ ของเขาแล้วเขาก็กราบกลับขึ้นอู่เหาะไป เหมือนเมื่อตอนเขามา 

              ต่อมาก็มีเหตุการณ์ของเจ้าหนุ่มบวร หลานชายของ หลวงปู่วัง อยากจะบวชเป็นพระแต่อายุยังไม่ครบ หลวงปู่วัง ในนุ่งขาวห่มขาวถือศีล 8 เป็นพ่อขาวฝึกปฏิบัติธรรมไปก่อน วันหนึ่งบวรไปแสวงหาต้นตาวในป่า ภูลังกา จะเอาต้นตาวมาต้มแกงถวาย พระเณร ในตอนเช้า บวรได้หายตัวไปไม่กลับมาเลย พระเณรและพ่อขาวได้ออกตามหา จนกระทั้งมืดค่ำก็ไม่พบร่องรอยใดๆ หลวงปู่วัง ได้นั่งสมาธิดูก็ได้พบว่า บวรไปอยู่กับสาวงามชาว ลับแล อยู่กินกัยเป็นผัวเมียกันเสียแล้ว เป็นไปตามเหตุปัจจัย บุพพวาสนาเก่า หรือ บุพเพสันนิวาสบันดาลให้มาเจอกันเพราะเป็นเนื้อคู่กัน